[Fanfiction-1D-LarryStylinson] Summer Nights -01-

posted on 23 Apr 2012 23:44 by complexpix

*ชื่อ eleanor ตัวเราเองมีปัญหากับการออกเสียงชื่อเธอ (เพราะชื่อนี้บางที่ออกเสียงว่าเอเลนอร์) เพราะฉะนั้นจากนี้ไปจะเรียกแค่ 'เอล'นะคะ เป็นชื่อเล่นที่เพื่อนๆเรียกเธอค่ะ*

 

Prologue


Summer Nights

-01-


 

พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้วตอนที่แฮร์รี่ตื่นขึ้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ทยอยกันกลับแล้ว มีเพียงคู่รัก4-5คู่เท่านั้นที่กำลังนั่งแนบชิดชมพระอาทิตย์ตก จนเงาของคนแต่ละคู่หลอมรวมกันเป็นเงาเดียว

 

                แฮร์รี่มองไปรอบๆ เก้าอี้ไลฟ์การ์ดตัวสูงของเลียมว่างเปล่า ผิดกับเก้าอี้ของลูอี้ที่เจ้าตัวยังคงนั่งอยู่ แฮร์รี่ถอดหมวกแก๊ปที่สวมอยู่ออก เขาสะบัดเรือนผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มไปมาอย่างที่ทำเป็นประจำด้วยความเคยชิน พอเขาเงยหน้าขึ้น สายตาก็เหลือบไปเห็นลูอี้กำลังมองมาทางเขา แฮร์รี่ทำหมวกหลุดจากมือทันที

 

 

 

 

“ว้าย!” ตึง.. “โอ๊ย!”

 

                แฮร์รี่รีบก้มลงมองที่ใต้เก้าอี้ไลฟ์การ์ดของเขา ข้างล่างนั่น เอลกำลังใช้มือกุมศีรษะและร้องอย่างเจ็บปวด

 

“เอล! เอล เป็นอะไรน่ะ?” แฮร์รี่ร้องถามและรีบปีนเก้าอี้ลงมาหาเธอ

 

 

“ก็เธอโยนอะไรลงมาใส่ฉัน ฉันตกใจเลยเซไปชนเก้าอี้เธอน่ะสิ!”

 

“โอย ฉันขอโทษ ฉันขอ.... “

 

“ฉันขอดูหน่อยสิว่าเป็นอะไรมากรึเปล่า?”  แฮร์รี่ยังไม่ทันจะพูดจนจบประโยคก็โดนลูอี้ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่ทราบแย่งพูดเสียก่อน

 

                ลูอี้จับมือที่กุมศีรษะของเอลออก ฝ่ายเอลเมื่อสายตาเลื่อนไปพบว่าใครจับมือเธอไว้ก็อ้าปากค้าง แก้มและใบหูของเธอกลายเป็นสีแดงแปร๊ดยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก เธอพยายามก้มหน้าหลบสายตาลูอี้ จนเขาต้องใช้มือซ้ายเชยคางเธอขึ้น มือขวาปัดปอยผมหยักศกของเธอให้พ้นจากใบหน้าเพื่อจะได้มองหน้าผากเธอชัดๆ

 

“ไม่มีแผล แต่อาจจะบวม ฉันมียาทาอยู่ในกล่องปฐมพยาบาล อาจจะช่วยได้” ลูอี้พูดจบก็ยิ้ม รอยยิ้มของเขาทำให้เอลมีอาการหายใจติดขัด สีที่แก้มเข้มขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่แฮร์รี่ที่มองลูอี้อยู่ก็เผลอยิ้มตาม

 

ลูอี้ปรบมือครั้งนึง “เอาล่ะ! เดี๋ยวฉันไปเอากล่องปฐมพยาบาลมานะ รอเดี๋ยว”

 

 

ทันทีที่ลูอี้เดินจากไป เอลก็นั่งแหมะลงกับพื้นทรายเหมือนหมดกำลังขาไปเสียเฉยๆ แฮร์รี่มองตามเธอแล้วหัวเราะ แต่ก็ต้องรีบปิดปากสนิทเพราะเอลจ้องกลับด้วยสาวตาเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ!” เอลดุเสียงเขียวก่อนจะลดเสียงลงตอนที่พูดว่า “น่าขายหน้าชะมัด พยายามเรียกร้องความสนใจเขาอยู่ตั้ง2ปี แต่การคุยกันครั้งแรกกลับเป็นเพราะฉันทำเรื่องโง่ๆ”

 

“มันก็คุ้มไม่ใช่หรอ?” แฮร์รี่พูดไปหัวเราะไป เขาไม่เคยเห็นเอล –แฮร์รี่ใช้คำว่า— ‘สติแตก’ แบบนี้มาก่อน

 

“คุ้มอะไรกันล่ะ? ฉันไม่เคยขายหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย หัวโนโชว์เขาซะงั้น รู้งี้ฉันน่าจะมุดหน้าลงทรายไปซะ เขาจะได้จำฉันไม่ได้” เอลบ่นอุบ แฮร์รี่หัวเราะดังขึ้นอีก

 

 

“นายทำเขาเจ็บตัวแล้วยังจะมาหัวเราะอีกหรอ?”

                เสียงลูอี้ดังขึ้นใกล้หูของแฮร์รี่มากซะจนเขาไม่กล้าหันกลับไปหาต้นเสียง ขนที่คอของเขาลุกตั้งชันขึ้นมาซะเฉยๆ

ลูอี้เดินผ่านแฮร์รี่ไป เขาวางกล่องปฐมพยาบาลลงกับพื้นข้างตัวเอล จนเธอขยับตัวหนีเล็กน้อยด้วยความประหม่า ลูอี้ยิ้มเมื่อเขาพบยาที่หา เขาแต้มยาไปบนหน้าผากของเอลด้วยท่าทางสบายๆ (ที่ทำให้เอลรู้สึกไม่สบายอย่างเห็นได้ชัด) เอลจ้องมองใบหน้าของลูอี้อย่างลืมตัว

                แฮร์รี่มองภาพตรงหน้า เขาไม่เคยตกเป็นผู้รู้เห็นในเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เขาทำตัวไม่ถูก เขาไม่อยากขัดจังหวะคนทั้งคู่ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำตอนที่ส่งเสียงกระแอมออกไป

 

“อะแฮ่ม.. เอ่อ... เอล เธอจะกลับบ้านเลยรึเปล่า?”

 

                เอลสะดุ้งเล็กน้อย ตอนที่หลุดจากภวังค์

“ฉัน... ฉันไม่แน่ใจ” เอลตอบออกไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านั่นช่างเป็นคำตอบที่ไม่เข้าท่าและไม่ตรงกับคำถามเอาซะเลย เธอมองตามมือของลูอี้ ขณะที่เขากำลังเก็บขวดยาลงกล่องเงียบๆ แววตาบ่งบอกความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด

ณ ขณะนั้น ดูเหมือนเธอกำลังลังเลว่าควรเอาหน้ากระแทกขาเก้าอี้อีกสักทีดีไหม เธอไม่อยากให้สัมผัสอุ่นๆของปลายนิ้วลูอี้จากไปเลย

                แฮร์รี่จ้องมองสายตาของเอล เขาคิดว่าเขารู้เรื่องราวทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้าเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าไม่เคยรู้อะไรเลย แม้แต่ท่าทีของเธอเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบ

 

                เอลหันมามองแฮร์รี่อย่างกะทันหัน เมื่อลูอี้ปิดกล่องปฐมพยาบาลและเงยหน้าขึ้น

 

“แฮร์รี่ เมื่อกี้เธอเรียกฉันทำไมหรอ?” เธอถามขึ้น

 

“ฉันยังไม่ได้อ้าปากด้วยซ้ำไป” เขาตอบออกไป ก่อนจะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขารู้ว่าเอลแค่จะหาเรื่องคุยเพื่อกลบความเขินอาย แต่เขาก็อดที่จะแกล้งเธอไม่ได้

 

“คือ.. ฉันถามผิดน่ะ ฉันแค่อยากจะรู้ว่าเธอถามฉันทำไมเรื่องที่ฉันกลับบ้านหรือยัง” เอลเป็นคนฉลาด เธอรีบกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็วโดยสีหน้าแทบจะไม่เปลี่ยน หรืออาจเป็นเพราะเธอเคยรับมือกับการพูดจาเชิงกลั่นแกล้งของแฮร์รี่มานับครั้งไม่ถ้วนก็เป็นได้ เธอรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่านิดหน่อยที่หวังว่าจะได้รับการตอบรับแบบที่เธออยากได้

 

“อ๋อ คือ... ฉันหิวน่ะ เลยว่าจะชวนเธอไปแวะร้านอาหารก่อนกลับบ้าน” แฮร์รี่ตอบ ยังคงยิ้มน้อยๆที่มุมปาก

 

“อ้อ เอาสิ” เอลตอบรับ เธอยังคงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อลูอี้ช่วยพยุงแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน

 

"นายด้วยนะ ลูอี้" แฮร์รี่หันไปมองลูอี้ เสียงที่ผ่านปากเขาไปดูไม่ใช่เสียงเขาเลย เขาปิดปากไม่พูดอะไรต่อหน้าลูอี้มาสักพักหนึ่งแล้ว การที่อยู่ๆเขาก็หันไปมองหน้าและพูดคุยกับลูอี้อีกครั้งไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำสักเท่าไหร่

แฮร์รี่เหลือบมองดูเอลที่ออกอาการทั้งประหลาดใจทั้งดีใจ และสำหรับเขา เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว นี่คือสิ่งเล็กๆน้อยๆสิ่งเดียวที่เขาทำให้พี่สาวคนนี้ได้ และในอีกแง่นึง เขาทำสิ่งนี้เพื่อตัวเขาเองเช่นกัน

 

"ฉัน? ฉันหรอ? นายชวนฉัน???" ลูอี้ถามด้วยสีหน้างุนงง

 

"ใช่ ไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านไง" แฮร์รี่ตอบ พยายามทำเสียงให้ดูปรกติที่สุด เขาต้องยอมรับว่ามันยากทีเดียวที่จะทำตัวปรกติกับคนๆนี้ ในเมื่อทุกๆสิ่งไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

ลูอี้ยิ้มรับ เมื่อเขาเอ่ยปากขอตัวไปเก็บกล่องพยาบาล รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน แม้แต่แผ่นหลังยามเขาวิ่งก็ดูจะร่าเริงขึ้น

 

.

.

.

 

"เซน!"

 

เอลร้องทักเมื่อเดินเข้ามาในร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายหาด สีส้มสดใสของพื้นและผนังร้านตัดกับโต๊ะ เก้าอี้ และผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด แจกันใบเล็กบนโต๊ะไม่มีดอกไม้ แต่กลับมีช่อแชมร็อคสีเขียวสดประดับอยู่แทน

 

"หวัดดี เอล" เซนยิ้มตอบ สายตาของเขามองไปยังชุดว่ายน้ำสีน้ำเงินเข้มของเธอมากกว่าจะมองหน้าเธอ

"โธ่! ไม่เอาน่า รูปร่างฉันไม่ได้ดีจนเธอต้องมายืนมองด้วยสายตาแบบนั้นสักหน่อย แล้วเราก็เป็นเพื่อนกันด้วย สายตาแบบนั้นมันน่ารังเกียจนะ" เอลบ่นพร้อมกับกระชับเสื้อโค้ทตัวยาวที่สวมอยู่ปกปิดร่างกาย เซนได้แต่ยิ้ม

"ขอโทษที สามที่ใช่มั๊ย? ฉันจะไปหาที่นั่งให้"

"เธอทำงานที่นี่หรอ?" เอลถามด้วยสีหน้างุนงง

"อ๋อ ไม่ใช่หรอก เขาแค่มาเดินเล่นในร้านนี้ ใส่ชุดพนักงานด้วยความสนุกสนานหรรษา แล้วก็อาสาหาที่นั่งให้พวกเราเพราะเรายืนขวางประตูร้านน่ะ" แฮร์รี่พูดประชดประชัน เซนกับลูอี้หัวเราะ "เธอมีสมองบ้างรึเปล่า คาลเดอร์ ??"

"ขอบใจ แฮร์รี่ เผอิญว่าวันนี้อากาศร้อน สมองฉันเลยไม่อยากทำงานน่ะ" เอลตอบหน้ามุ่ย แฮร์รี่มองลูอี้แล้วมองเธออยากมีเลศนัย

"อ้อ ฉันพอเข้าใจได้นะ"

"หยุดเลย ขอร้อง เรารีบๆกินแล้วรีบๆกลับบ้านกันได้มั๊ย??" ว่าแล้วเอลก็รีบเดินตามเซนไปที่โต๊ะที่เขาเลือกให้

เอลเลือกนั่งด้านในด้านขวาของโต๊ะ แฮร์รี่รีบเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม แล้ววางกระเป๋าของเอลที่เขาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษช่วยถือให้ที่เก้าอี้ว่างข้างๆตัว ทำให้เหลือที่ว่างให้ลูอี้เพียงที่เดียวเท่านั้น คือที่ว่างข้างๆเอลนั่นเอง

เอลจ้องแฮร์รี่เขม็ง ขยับปากโดยไม่มีเสียงพูดว่า "นี่แผนนายงั้นหรอ?"

แฮร์รี่ยักคิ้วและยิ้มมุมปาก

 

 

"ทำงานที่นี่เป็นไงบ้าง? เซน" แฮร์รี่เอ่ยปากถามเซน ขณะที่เซนส่งเมนูให้เขา

"ก็ดีกว่าไปนั่งตากแดดร้อนทั้งวันแบบนายแล้วกัน ที่แย่หน่อยก็ตรงชุดพนักงานนี่แหละ" เซนพูดพร้อมกับยักไหล่


"มันไม่ได้แย่สักหน่อย!"

ผู้ชายอีกคนเดินเข้ามา เขาใส่ชุดพนักงานเหมือนกับเซน ผมสั้นสีบลอนด์กับตาสีฟ้าสดใสชวนมอง ดูเข้ากันได้ดีกับชุดพนักงานของร้าน ซึ่งเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวของเขาสีครีม (ในขณะที่เซนใส่กางเกงขายาวสีดำ) มีผ้ากันเปื้อนครึ่งตัวสีเขียวคาดทับ บนผ้ากันเปื้อนมีลายปักใบแชมร็อคเล็กๆสีขาวอยู่ด้วย

 

"โธ่ ไนออล มันก็ต้องไม่แย่สิ ก็แม่นายเป็นคนออกแบบนี่" เซนตอกกลับ

"นายดูดีออกตอนใส่ชุดนี้" ไนออลพูด เซนมองเขาแล้วยิ้ม

"ฉันดูดีตลอดเวลาอยู่แล้ว ขอบใจ"

"โอย ให้ตายเถอะ เซน" แฮร์รี่ทำหน้ารังเกียจเซน ไนออลหัวเราะ แต่เซนดูจะไม่พอใจนิดๆ

"รีบๆสั่งอาหาร แล้วรีบๆไปซะ หัวหยิกหยอย" 

"อย่าพูดกับลูกค้าแบบนั้น ถึงแม้เขาจะหน้าตาแย่ พูดจาแย่ขนาดไหน จำไม่ได้หรอ?" ไนออลพูดกับเซนด้วยท่าทางระอา

"ขอบใจ ไนออล ......หน้าตาแย่ พูดจาแย่" แฮร์รี่พึมพำเบาๆ ก่อนจะสั่งแซนวิชกับน้ำอัดลม เอลสั่งเพียงนมปั่น ส่วนลูอี้สั่งเหมือนแฮร์รี่

 


 

 

เพียงครู่เดียว เซนก็นำอาหารที่พวกเขาสั่งมาเสิร์ฟพร้อมกับบ่นว่าแฟนเก่าเขาเข้ามาในร้าน และเขาไม่อยากจะเจอหน้าเธอ

"เขาตามมาที่บ้านฉันด้วย ให้ตายเถอะ สลัดไม่หลุดจริงๆ ดีนะที่ย้ายออกมาแล้ว..."

"นายย้ายออกมาแล้ว?" ลูอี้ถาม ลูอี้เองก็รู้จักเซนเพราะเซนเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียน เคยอยู่ชมรมการแสดงเหมือนกันกับเขา แต่ดูเหมือนจะอยู่เพราะโดนบังคับจากแฟนเก่า(อีกคน)มากกว่า

"ฉันย้ายมาอยู่กับไนออลแล้ว" เซนยักคิ้ว "ฉันควรไปหลบหลังร้านก่อนเขาจะมองมาทางนี้ ขอตัวนะ"